วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2557

การอาบน้ำด้วยน้ำหมักชีวะภาพ

เรื่องโรคผิวหนัง/เรื้อน ของน้องหมาเนี่ย จริง ๆ ถ้าเป็นไปได้ ขออนุญาตแนะนำให้ทางวัดหมักปุ๋ยชีวภาพ (EM) ไว้ใช้ค่ะ
อย่างที่รู้กันว่า EM มีสรรพคุณมากมาย สามารถนำมาใช้อาบน้องหมาเพื่อรักษาโรคผิวหนังได้ด้วย
แล้วยังสามารถนำมาราดเพื่อทำความสะอาดบริเวณโดยรอบ เพื่อฆ่าเชื้อบางชนิดและกำจัดกลิ่นได้อีก
ทั้งขั้นตอนการทำก็ไม่ยุ่งยากและไม่สิ้นเปลืองอะไรเลยค่ะ จะได้ทุ่นค่าใช้จ่ายและเวลาในการรักษาลงไปได้บ้าง

ขอลงวิธีหมัก EM ในนี้เลยนะคะ
=====================================================================================
เริ่มด้วยการ นำ พืชผัก ผลไม้ ประเภทอวบน้ำ ที่หาได้ (ถ้าบ้านอยู่ใกล้ตลาดอาจไปขอเศษผัก หรือเปลือกสับปะรด,
หรือเศษผลไม้ที่มีน้ำมากจากแม่ค้า เอามาคัดที่เน่า ๆ ออกทิ้งก่อน) ควรใช้ของสด ๆ จึงจะได้น้ำมาก

นำมาใส่ในถัง (หรือถุงพลาสติกแบบไม่รั่ว)ผสมกับน้ำตาล ในอัตราส่วน น้ำตาล 1 ส่วน ต่อ พืช 3 ส่วน โดยน้ำหนัก
คลุกให้เข้ากันดี (ถ้าใช้กากน้ำตาลใหม่ ๆ จะดีมากถ้าหาไม่ได้ ใช้น้ำตาลอะไรก็ได้) เมื่อคลุกจนทั่วแล้ว หาของหนัก ๆ
วางทับข้างบนจะได้ไล่อากาศ (วางทับไว้สัก 1 คืน ก็เอาออกได้) เสร็จแล้วต้องปิดภาชนะหมักให้สนิท ถ้าเป็นถุงพลาสติก
ต้องแน่ใจว่าจะไม่รั่ว มัดปากถุงให้แน่น เพื่อไม่ให้อากาศเข้าได้ เป็นการสร้างสภาพที่เหมาะสมให้จุลินทรีย์ได้ทำงาน
อย่างมีประสิทธิภาพ ควรวางถังหรือภาชนะหมักไว้ในที่ร่ม อย่าให้ถูกแดดถูกฝน หรืออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงมากเกินไป
ก็เป็นอันเสร็จกรรมวิธีการหมัก

จากนั้นก็ทิ้งไว้ ให้จุลินทรีย์เขาทำงานแบ่งตัวเอง เพิ่มปริมาณขึ้นอย่างมากมาย ผลิตสารอินทรีย์หลากหลายชนิด
รวมทั้งเอนไซม์ ฮอร์โมนและไวตามินบางชนิด ด้วย

ประมาณ 10-14 วัน ก็เปิดภาชนะ, ถ่ายน้ำสกัดชีวภาพออกใส่ภาชนะพลาสติกไว้ น้ำหมักที่ได้ใหม่ ๆ จะยังเกิด
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ เนื่องจากกระบวนการหมักยังไม่สมบูรณ์ต้องคอยขยับเปิดฝาภาชนะบรรจุ ทุกวัน
จนกว่าจะหมดก๊าซ (ถ้าใส่ขวดพลาสติกไว้ ก็คอยคลายเกลียวฝาขวดจนได้ยินเสียงลมออกมาจึงหมุนเกลียวปิดตามเดิม
ทำทุกวัน จนไม่มีเสียงลม) จากนี้ก็นำไปใช้ได้เลย

น้ำหมักที่มีคุณภาพดี จะมีกลิ่นและรสเปรี้ยวเหมือนน้ำผักดอง

หมายเหตุ
1. สามารถใช้น้ำตาลทรายแดงแทนกากน้ำตาลได้
2. เนื่องจาก EM มีสภาพเป็นจุลินทรีย์ ซึ่งจะทำงานโดยการย่อยสลายอินทรีย์สาร และสารพิษต่าง ๆ ให้เกิดสารอินทรีย์
และเอนไซม์ที่มีประโยชน์ ดังนั้น ไม่ควรใช้ร่วมกับสารเคมีที่มีฤทธิ์ ในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ เช่น ผงซักฟอก หรือน้ำยาล้างพื้น
ล้างห้องน้ำที่มีกรดเข้มข้น ซึ่งจะทำลายจุลินทรีย์ธรรมชาติ ในน้ำสกัดชีวภาพ ทำให้ใช้ไม่ได้ผล

**เอกสารอ้างอิง : คู่มือโครงการห้องเรียนเกษตรกรรมธรรมชาติ จัดทำโดย สหกรณ์เลมอนฟาร์มพัฒนา จำกัด
ร่วมกับ ชมรมเกษตรธรรมชาติ แห่งประเทศไทย

ประโยชน์ของน้ำสกัดชีวภาพหรือ EM
1. ล้างฉี่หมา อึหมาหายเหม็นดีมาก โดยเอาน้ำสกัดชีวภาพผสมน้ำสัก 1:50 ถึง1:100 (ใช้น้ำสกัดชีวภาพมากน้อย
ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของกลิ่น) ล้างพื้นด้วยน้ำธรรมดาสะอาดแล้ว ก็เทน้ำสกัดชีวภาพที่ผสมไว้ ราดลงไปให้ทั่วบริเวณ
ทิ้งไว้สักพักกลิ่นก็จะหายไป
2. ราดห้องน้ำเเล้วขัดแทนน้ำยาล้างห้องน้ำ
3. เทลงท่อน้ำที่เหม็น ท่อน้ำสาธาราณะ
4. อาบน้ำหมา เเมว  ผสมน้ำรดน้ำต้นไม้
5. อาบน้ำหมา  นำ EM 1 เเก้วผสมน้ำ 1ถังเพื่อให้เจือจางลง ราดตัวหมาทิ้งไว้ รอจนตัวแห้ง ตรงไหนมีสะเก็ดแผล,
ขี้เรื้อนก็เน้นตรงนั้นให้มากหน่อย ราดให้ถูกผิวหนังให้ทั่วแล้วล้างออก ด้วยน้ำสะอาด
6. สำหรับหมาที่เป็นโรคผิวหนัง เป็นแผลสะเก็ดหนองทั่วตัว ขนร่วง ใช้ EM อาบน้ำให้บ่อย ๆ ก็ได้ผลดีทีเดียวค่ะ
7. คนก็อาบได้นะคะ แผลเล็กแผลน้อย, ผื่นคันต่าง ๆ แห้งสนิทได้เองอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องทายา
8. ถ้าใช้น้ำสกัดชีวภาพแบบเข้มข้น ไม่ต้องผสมอะไรเลย เอามาราดเป็นแนวรอบตัวบ้านปรากฏว่า แมลงคลานต่าง ๆ
โดยเฉพาะที่น่ารำคาญที่สุดสำหรับคน คือมด กับ แมลงสาปนั้น ไม่มากล้ำกรายอีกเลย
9. ใช้สำหรับแช่เมล็ดพืชก่อนนำไปหว่านเพาะ ช่วยเร่งการงอก
10. ใช้ฉีดพ่นดอกป้องกันการร่วงก่อนตัดผล และฉีดพ่นผลที่สุกได้ที่แล้วเพื่อป้องกันการร่วงเร็ว
11. ใช้ใส่ในบ่อปลา และปรับสภาพน้ำในบ่อพักน้ำต่าง ๆ เพื่อให้น้ำมีสภาพสมดุลย์ จนสามารถนำกลับไปใช้ได้อีก
=====================================================================================
กรณีที่มีหมามากขนาดนี้ เพื่อความสะดวกก็เจือจาง EM ลงในถัง แล้วจับราดลงบนตัวน้องหมาทิ้งไว้ โดยไม่ต้องล้างออกได้เลยค่ะ
กับน้องหมาที่บ้านก็เคยใช้วิธีนี้มาแล้ว ได้ผลดีค่ะ อาบบ่อย ๆ สุขภาพผิวก็จะดี ไม่เป็นเรื้อนอีกค่ะ ทั้งกลิ่นตัวก็ไม่มี เป็นผลพลอยได้ค่ะ

รักษาเรื้อนสุนัขแบบธรรมชาติ ราคาไม่แพง แต่ได้ผล

รักษาเรื้อนสุนัขแบบธรรมชาติ ราคาไม่แพง แต่ได้ผล
เรื้อน อาการคัน ที่เจ้าของสุนัขต้องปวดหัวช่วงหน้าฝน

อากาศชื้นๆแบบนี้ เรื้อนหรืออาการคันของสุนัขเกิดขึ้นบ่อยครั้งและเป็น
บ่อเกิดโรคผิวหนังต่างๆได้ ผลิตภัณฑ์รักษาและเคมีภัณฑ์ต่างๆมีให้
เลือกมากมาย แต่ เอ จะปลอดภัยแก่สุนัขและเจ้าของหรือไม่ ไม่สามารถ
บอกได้หากไม่ลองใช้ก่อน

แต่ธรรมชาติก็ให้สิ่งดีไว้เพื่อทดแทนและชดเชยหรือใช้แก้ปัญหาที่ธรรมชาติ
สร้างขึ้น นั่นคือ สมุนไพรพื้นบ้านที่มีมาช้านานค่ะ สมุนพรถ้าใช้ให้ถูกต้อง
และพอเหมาะ และเหมาะสมกับโรคก็รักษาอาการโรคต่างๆได้ดีเช่นกัน ที่
สำคัญไม่ทิ้งสารตกค้าหรืออันตรายให้แก่ผู้ใช้ โดยเแพาะสุนัข สัตว์เลี้ยง
ที่เราและเด็กๆต้องคลุกคลีมากที่สุด แม้กระทั่งตัวสุนัขเองหากเลียเข้าไปก็
ไม่ทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต เช่น สุนัขแม่ลูกอ่อน การให้ยาทาน ฉีดหรือทา
จะส่งผลถึงลูกสุนัขโดยตรงเช่นกัน

ดังนั้นวิธีตามธรรมชาติย่อมดีกว่าการใช้ยาหรือสารเคมีอื่นๆมารักษาค่ะ

สาเหตุของอาการคันและเรื้อน คือ เชื้อราที่มาจากความชื้นที่สะสมมา และมี
บางส่วนที่ติดเชื้อมาจากแหล่งเพาะเชื้อ เช่นสุนัขที่เป็นเรื้อนนั่นเอง

สมุนไพรที่มีคุณค่าและมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อรา ได้แ่ก่ เกลือ ขมิ้นชัน
ด่างทับทิม สมุนไพรที่รักษาอาการคันของผิวหนังและกำจัดพิษได้ดี เช่น
ใบทองพันชั่ง ใบสเลตพังพอน ขมิ้นชัน เนื้อว่านหางจระเข้ และสมุนไพรที่
ช่วยในการสมานและรักษาแผลได้ดี เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก ว่าน
หางจระเข้ ขมิ้นชัน เป็นต้น

หลังจากทราบสมุนไพรหลักแล้ว เราก็นำส่วนผสมเหล่านี้มาปรุงเข้าด้วยกัน
ตามสัดส่วนที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ยาสมานชั้นดีและได้ผลค่ะ

การรักษาอาการคันผิวหนังทั่วไป ใช้ได้ทั้งคนและสัตว์

นำใบทองพันชั่งสองกำมือ มาขยี้กับน้ำครึ่งถ้วย ใส่เกลือเ้ล็กน้อย ขยี้จน
น้ำเป็นสีเขียวเข้มจากนั้นนำใบที่ขยี้ชุบน้ำสีเขียวเข้มมาทาบนผิวหนัง หรือใช้
สำลีชุบก็ได้ หากต้องการพอกแผลติดเชื้อก็ใส่ไข่ขาวลงไปจะสามารถนำมาพอก
ได้ง่ายขึ้นค่ะ ถ้าฉุกเฉินก็นำใบทองพันชั่งมาขยี้ให้น้ำออกมาแล้วโปะแผลไว้
ได้เช่นกันค่ะ อาการคัน แสบร้อนจะหายไปค่ะ สุนัขมีอาการคัน ผิวออกแดง
เบื้องต้นใช้วิธีนี้ได้เลยจ๊า
การรักษาเรื้อนที่เริ่มเป็นดวง คัน แดง ผิวถลอก

ล้างแผลด้วยด่างทับทิม แล้วนำขมิ้นสองส่วน เกลือหนึ่งส่วน น้ำมันมะพร้าว
สองส่วนและน้ำเล็กน้อย ผสมกันแล้วพอกที่แผลสุนัข เช้าเย็น จะเห็นผลเร็ว
ถ้าเป็นลุกสุนัขแนะนำให้นำผ้าชุบน้ำด่างทับทิมเช็ดตัว นำไปอาบแดดอ่อน
ตอนเช้าให้ขนแห้งแล้วนำส่วนผสมมาพอกไว้เช้าเย็นค่ะ
การรักษาเรื้อนที่เป็นนาน เป็นแผล ผิวถลอก

อาบน้องหมาด้วยน้ำผสมด่างทับทิมแล้วนำน้องไปอาบแดดอ่อนจนขนแห้เพื่อฆ่า
เชื้อเบื้องต้น นำใบทองพันชั่งมาขยี้กับน้ำเล็กน้อย ใส่เกลือหนึ่งช้อนโต๊ะ ผสม
ขมิ้นสองส่วน น้ำมันมะพร้าวสองส่วนและไข่ขาวจากนั้นนำมาพอกบนแผล เรื้อน
ของสุนัขจะช่วย ฆ่าเชื้อและสมานแผลได้ดี อาการ แสบ คันจะหายไป ถ้าไม่
มีทองพันชั่งใช้เนื้อว่านหางจระเข้ปั่นกับน้ำก็ได้ บางท่านใช้โยเกริตย์แบบรส
ธรรมชาติผสมด้วยก็ได้เพื่อลดอาการแสบร้อนของสุนัข

ทำทุกวันเช้าเย็นจะเห็นผลภายในหนึ่งสัปดาห์ค่ะ ต้องขยันหน่อยนะคะ
C:http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=gayer50&date=17-08-2011&group=5&gblog=7

สุนัขของผมเป็นขี้เรื้อนอาการหนักมาก ขอคำแนะนำเรื่องรักษาหน่อยครับ ?

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  
c:http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2010/07/J9470794/J9470794.html

 
 >>> สุนัขของผมเป็นขี้เรื้อนอาการหนักมาก ขอคำแนะนำเรื่องรักษาหน่อยครับ ?  
ตอนแรกขนจะร่วงอยู่บริเวณขาหนีบครับ เป็นเรื้อรังมานานเหมือนกัน ก็พาไปรักษาก็ไม่หายขาดสักทีครับ คือหายไปสักพัก เดือนสองเดือนก็กลับมาเป็นใหม่ ซ้ำๆ อย่างนี้ครับ

จนเดือนที่ผ่านมา มีพวกหมอที่ขี่รถรักษาไปตามหมู่บ้าน ก็เลยเปลี่ยนมาให้หมอคนนี้รักษาแทนครับ เนื่องจากเขาจะเข้ามาดูแลได้เกือบทุกวันครับ สะดวกดี เราไม่ต้องเอาสุนัขขึ้นรถไปหาหมอเองด้วย สุนัขของผมมันเมารถครับ ถ้ารู้ว่าจะเอาขึ้นรถแล้วมันจะวิ่งหนีจ้าล่ะหวั่นเลยล่ะ กว่าจะจับได้นี่เหงื่อตกเป็นถังเลยล่ะ เพราะหมาตัวใหญ่ แล้วก็รอแต่ผมว่างพาไปอย่างเดียว พวกผู้หญิงจะสู้แรงมันไม่ไหว เลี้ยงตามใจไปหน่อยอิทธิฤทธิมันเยอะ

หมอคนใหม่บอกว่าต้องฉีดยา 4 เข็ม สัปดาห์ละเข็มก็หายขาด แต่เขาจะเข้ามาดูอาการให้เรื่อยๆ ถ้าผ่านมา ก็เลยตกลงตามนั้น  แต่ตอนนี้พอเข้าเข็มที่สาม  สุนัขของผมอาการหนักมากๆเลยครับ คือขนตั้งแต่คอลงมา ร่วงเกือบหมดเลย แล้วก็ไม่แข็งแรงมากๆ จากสุนัขร่าเริงตอนนี้เดินสะเป่ะสะป่ะ เดี๋ยวล้มๆ เหยี่ยวก็ไหลออกมาเอง ทั่วบ้านเหม็นไปหมดครับ

แต่หมอคนใหม่ที่รักษา เขาบอกว่ามันจะเป็นแบบนี้ล่ะ เดี๋ยวก็ดีขึ้น  แต่ทางบ้านกลุ่มใจกันหมด สงสาร กลัวมันจะตายมากๆเลย

อยากจะสอบถามหน่อยครับ ว่ามันเป็นอาการปกติของสุนัขที่รักษาโรคเรื้อนหรือเปล่า? ควรจะเลิกดีมั้ยครับ  ถ้าอาการหนักขนาดนี้ ควรจะทำอย่างไรดีครับ ?

จากคุณ: ป่วนกระโทก 
เขียนเมื่อ: 14 ก.ค. 53 13:13:43



ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป


Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com